วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS ประเทศไทย ระบุว่า AI Workload ขององค์กรทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 50% ใน 3 ปีข้างหน้า และ AWS จะให้ความสำคัญกับเรื่องอธิปไตยทางข้อมูลและสร้างคนด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS ประเทศไทย ขึ้นกล่าวบนเวที Keynote ระบุว่า ปัจจุบัน AI Workload ขององค์กรทั่วโลกยังอยู่เพียงประมาณ 10% เท่านั้น แต่ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ตัวเลขดังกล่าวคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 50% สะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียง “ทางเลือก” ของธุรกิจอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังกลายเป็น “สิ่งจำเป็น” สำหรับการอยู่รอดในโลกธุรกิจยุคใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่นี้ AWS จึงวางกลยุทธ์หลักภายใต้กรอบที่เรียกว่า “ACT” ซึ่งประกอบด้วย Amplify ยกระดับสกิลของเด็กไทย Commitment ลงทุนเพื่อพัฒนา และ Transformation เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเข้าสู่ยุค AI ได้อย่างครบวงจรลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ เพื่ออธิปไตยทางดิจิทัลและสร้างคน AWS ยืนยันความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ผ่านการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์มูลค่ากว่า 1.
9 แสนล้านบาท หรือกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลา 15 ปี โดยปัจจุบันได้เปิดให้บริการฟีเจอร์เต็มรูปแบบในไทยแล้วกว่า 120 บริการ รวมถึง Amazon Bedrock ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำ Generative AI ไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ AWS ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง “อธิปไตยทางข้อมูล” หรือ Data Sovereignty โดยจับมือกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการปรับใช้ Cloud และ AI จะถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้น พร้อมกันนี้ ภายใต้หลักกลยุทธ์ A ซึ่งก็คือ Amplify คือความต้องการที่จะแก้โจทย์ใหญ่ อย่าง ปัญหาขาดแคลนบุคลากร AWS ตระหนักดีว่า “คน” คือปัจจัยสำคัญของการพัฒนา จึงเดินหน้าอัปสกิลคนไทยไปแล้วกว่า 120,000 คน ตั้งแต่ระดับอุดมศึกษาไปจนถึงโครงการระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วไทย ที่ช่วยให้เด็กนักเรียนสามารถสร้างแพลตฟอร์ม AI เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ บนเวทียังมีการขึ้นไปนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ AWS ที่เป็นตัวช่วยเสริมให้ธุรกิจสามารถ Transform ได้ในยุค AI โดยจะประกอบไปด้วยโปรดักต์ ดังต่อไปนี้อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือการมาถึงของ “Frontier Agents” หรือระบบ AI แบบ Autonomous ที่สามารถทำงานซับซ้อนแบบต่อเนื่องได้ด้วยตัวเองมองว่า AI รุ่นใหม่จะไม่ได้เป็นเพียง Chatbot สำหรับตอบคำถาม แต่กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยนักพัฒนา” ที่สามารถทำงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของ Software Development Lifecycle หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ AWS Q Developer ที่ปัจจุบันได้อัพเกรดเป็น KIRO ทำหน้าที่เป็น AI Assistant สำหรับนักพัฒนา สามารถเปลี่ยน Prompt ให้กลายเป็น Specification และโค้ดที่พร้อมใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ AWS ยังเปิดตัว AWS Transform ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาใหญ่ขององค์กรทั่วโลก เนื่องจากปัจจุบันองค์กรจำนวนมากต้องเสียทรัพยากรด้าน IT สูงถึง 70% ไปกับการดูแลระบบ Legacy เดิม AWS Transform ใช้ AI เพื่อช่วย Modernize ระบบเก่า ไม่ว่าจะเป็น Node.js, C++ หรือ Python ตัวอย่างสำคัญคือ Air Canada ที่ใช้ AWS Transform เพื่อประสานการปรับปรุง Lambda Functions หลายพันตัวภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และช่วยลดระยะเวลาของโปรเจกต์ลงได้ถึง 80% ในด้านความปลอดภัย AWS ยังเปิดตัว Security Agent ซึ่งสามารถสแกนช่องโหว่ของโค้ด และทำ Penetration Testing ได้ตั้งแต่ก่อนระบบถูก Deploy จริง ขณะที่ Dev Agent สามารถตรวจสอบ Incident ต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ เช่น ปัญหาการเชื่อมต่อฐานข้อมูล หรือข้อผิดพลาดในการ Deploy ระบบผ่าน CDK โดยใช้เครื่องมืออย่าง Dynatrace เพื่อวิเคราะห์ต้นตอของปัญหา พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขให้วิศวกรก่อนที่ทีม On-call จะเริ่มทำงานเสียอีกเบื้องหลังความสามารถทั้งหมดของ AI คือ “ข้อมูล” แต่ปัญหาขององค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือข้อมูลมักกระจัดกระจายอยู่ตาม Database และ Data Lake จำนวนมาก จน AI ไม่สามารถดึงคุณค่าที่แท้จริงออกมาได้ AWS จึงพัฒนาโซลูชันอย่าง Amazon S3 Files ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงข้อมูลทั่วทั้งระบบไฟล์ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องคัดลอกข้อมูลออกจาก Storage อีกต่อไป ทำให้ข้อมูลถูกนำไปใช้งานได้ในจุดที่นักพัฒนาทำงานอยู่แล้ว ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานลักษณะนี้กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมระดับโลก โดย Adrian De Luca ได้ยกตัวอย่างเคสที่ประสบความสำเร็จที่น่าสนใจทั้งของไทยและต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นที่นำ Amazon Bedrock และ SageMaker มาใช้ในการแปลงงานวิจัยลิงชิมแปนซีที่ถูกบันทึกด้วยลายมือ รวมถึงฟิล์มอนาล็อก ตลอดระยะเวลากว่า 65 ปี ให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัล และเมื่อรวมเข้ากับระบบจดจำใบหน้าชิมแปนซี นักวิจัยจึงสามารถติดตามลิงแต่ละตัวได้ตามชื่อ พฤติกรรม และประวัติย้อนหลังหลายสิบปี ผ่าน AI-powered Research Platformใช้เครื่องมือของ AWS อย่าง SageMaker และ Redshift เพื่อสร้างระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time ส่งผลให้ต้นทุนลดลงถึง 72% และช่วยเพิ่ม Productivity ของพนักงานได้อีก 30%ผู้ให้บริการ Payment Gateway ระดับภูมิภาค ที่ใช้ AWS Auto Scaling เพื่อสร้าง Elastic Payment Infrastructure ที่สามารถรองรับปริมาณธุรกรรมมหาศาลได้แบบอัตโนมัติ พร้อมกันนี้ ยังได้นำไปปรับใช้สำหรับอุตสาหกรรมการบิน ผ่านการสร้างระบบ Payment Airline Controller ที่รองรับกว่า 150 สกุลเงิน และวิธีการชำระเงินมากกว่า 400 รูปแบบ ครอบคลุมสายการบินกว่า 25 แห่ง ที่สำคัญ 2C2P ยังกลายเป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่นำ AWS AI Agents มาใช้สร้างระบบ Merchant Payment Integration Tool ซึ่งช่วยลดเวลาการเชื่อมต่อระบบชำระเงินออนไลน์ของร้านค้า จากเดิม 5-7 วัน เหลือเพียง 30 นาทีเท่านั้นอีกหนึ่งเคสที่ได้รับความสนใจของเครือ CP ที่ใช้บริการของ AWS ในการโจทย์สำคัญของ CP คือการรวมฐานลูกค้ากว่า 40 ล้านคน ที่กระจัดกระจายอยู่ในแบรนด์ต่าง ๆ เช่น 7-Eleven, Lotus’s, Makro และ True ให้กลายเป็น Loyalty Ecosystem เดียวกัน ด้วยการใช้ AWS Managed Services ทำให้ทีมสามารถเปิดตัว Super App ได้ภายในเวลาเพียง 9 เดือน และมียอดดาวน์โหลดทะลุ 10 ล้านครั้ง นอกจากนี้ ยังใช้ AI ในการตรวจสอบสินค้าอัตโนมัติ รวมถึงแปลคำอธิบายสินค้ากว่า 1 ล้านรายการจากภาษาจีนเป็นภาษาไทย โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือน ในขณะที่วิธีดั้งเดิมอาจต้องใช้เวลาหลายปี ในอนาคตบริษัทยังวางแผนต่อยอด AI Use Cases มากกว่า 60 รูปแบบ เช่น ระบบ Visual AI ที่สามารถดูรูปวัตถุดิบอาหาร แล้วเพิ่มสินค้าลงตะกร้าได้ทันที ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นในงาน AWS Summit ไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตของ Cloud หรือ AI เท่านั้น แต่กำลังสะท้อนว่า “ความทะเยอทะยาน” ขององค์กรไทย เมื่อผสานเข้ากับ Cloud Architecture ที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และรองรับการต่อยอดแบบ Modular สามารถเปลี่ยนโจทย์ที่เคยซับซ้อนอย่างมาก ให้กลายเป็นสิ่งที่ทำได้จริง องค์กรจำนวนมากกำลังเริ่ม “คิดใหม่” ตั้งแต่ระดับ Workflow ไปจนถึงรูปแบบธุรกิจทั้งหมด และนั่นทำให้หลายบริษัทไม่ได้กำลังพยายาม “เอาตัวรอด” จากยุคดิจิทัลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้นำ” ของยุค AI อย่างเต็มตัว
AI AWS อธิปไตยทางข้อมูล Data Sovereignty Generative AI
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
กระทบหนัก! คนไทย 2.2 ล้านเสี่ยงตกงานเพราะ AIมนุษย์เงินเดือนเริ่มกังวลเมื่อบริษัทใหญ่ปลดคนเพื่อลงทุน AI สภาพัฒน์เผยคนไทย 2.2 ล้านเสี่ยงตกงาน โดยเฉพาะงานซ้ำซาก เสมียน เลขา คอลเซ็นเตอร์ แต่ AI ก็ช่วยสนับสนุนงานทักษะสูงเช่นกัน
Read more »
หมดยุคทำการตลาดกับคน? เจาะลึก Marketing 7.0 เมื่อแบรนด์ต้องหาวิธีทำให้ 'AI' มองเห็น ในวันที่ซื้อสินค้าแทนลูกค้าAI กำลังเปลี่ยนบทบาทเป็น 'Augmented Human' ที่ช่วยผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้า แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้ AI 'เห็น' และแนะนำสินค้าของคุณ
Read more »
YouTube ยกระดับตรวจจับคอนเทนต์ AI อัตโนมัติYouTube ตัดสินใจกำหนดมาตรฐานของวีดีโอจาก AI ใหม่ พร้อมเพิ่มระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบเสื้อ และรองรับมาตรฐาน C2PA เพิ่มความโปร่งใสบนแพลตฟอร์มยุค AI
Read more »
AI ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด เมื่องาน AI จะเพิ่มเป็น 50% ใน 3 ปีAWS ชี้ AI กำลังกลายเป็น “ทางรอด” ขององค์กร พร้อมเปิดตัว Agentic AI ที่ช่วยเขียนโค้ด วิเคราะห์ระบบ และทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
Read more »
TH-AI Passport คืออะไร? ทำไมรัฐยอมทุ่ม 1.6 พันล้านจากดราม่างบกว่า 1,600 ล้านบาทTH-AI Passport คือโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้งาน AI ฟรีภายในเดือนมิถุนายนนี้
Read more »
ปมร้อน TH-AI Passport ส้มฉะน้ำเงินล็อกสเปก พบพิรุธหลายประเด็นเปิดศึกกลางสภา ปม 'TH-AI Passport' งบ 1,600 ล้าน ถูกตั้งคำถามแจก AI ฟรี 5 ล้านคน คุ้มจริงหรือไม่ หลังฝ่ายค้านสงสัยโครงการ AI รัฐอาจล็อกสเปก เอื้อทุนใหญ่ 'ไชยชนก' แจงเดือด AI คืออนาคตประเทศ ยืนยันโปร่งใส ชี้ไทยต้องเร่ง AI Adoption สู้เวียดนาม-สิงคโปร์
Read more »




